Samsung SGH-i900 Omnia ตอนที่ 1
พบการรายงานทดสอบชิ้นแรกของ Pocket PC Thai รูปแบบใหม่ครับ แม้ว่าจะไม่ใช่เครื่องรุ่นใหม่ล่าสุดแต่เมื่อลองไล่ๆอ่านรายงานทดสอบที่มีอยู่ ก็ยังมั่นใจว่ารายงานทดสอบของ Pocket PC Thai dot Com ยังคงมีลักษณะเด่นในรายละเอียดแง่มุมที่พบไม่ได้จากแหล่งอื่นเช่นเดิมครับ
i-900 เป็นโทรศัพท์ยุคหลังการปฏิวัติการออกแบบ User Interface ของ iPhone ที่ทำให้ผู้ผลิตโทรศัพท์ทุกค่ายต่างต้องกลับไปที่โต๊ะเขียนแบบเพื่อออกแบบ User Interface และรูปแบบโทรศัพท์กันใหม่ สำหรับ Samsung สิ่งนี้สะท้อนออกมาในรูปของจอภาพที่ใหญ่ขึ้น มีปุ่มน้อยลง และการใช้ User Interface ของ Samsung เองชื่อ TouchWiz ครอบลงไปบน Windows Mobile เพื่อความสะดวกในการใช้งานด้วยมือเปล่า
ลักษณะภายนอก
i-900 ออกแบบโดยได้รับอิทธิพลจาก iPhone ค่อนข้างมาก โดยเป็นโทรศัพท์ Bar type สี่เหลี่ยมมนมุมทุกด้าน หน้าจอกว้าง เครื่องแบน และด้วยความประณีตของคุณภาพงานระดับ Samsung ซึ่งสวยเนี้ยบเช่นเดิม ก็ทำให้ i-900 เป็นโทรศัพท์ในกลุ่ม Smartphone ที่สวยที่สุดตัวหนึ่ง
i-900 มีจอภาพขนาด 3.2 นิ้วซึ่งมีขนาดอยู่ระหว่าง 2.8 นิ้วที่ใช้กันใน Windows Mobule phone มานานว่ามีขนาดกระทัดรัด กับขนาด 3.5 นิ้วที่ใช้กันในกลุ่ม PDA ที่ต้องการการแสดงผลที่ชัดเจนมากขึ้น
จอ 3.2 นิ้วอยู่เรียกว่าตรงกลางเป๊ะระหว่าง 2.8 นิ้วกับ 3.5 นิ้วของเดิมๆ ซึ่งก็ทำให้ i-900 เหมือนจะมีขนาดอยู่ตรงกลางระหว่างโทรศัพท์และ PDA แต่ด้วยความที่จอมีขนาดเต็มหน้าเครื่องและเรียบเสมอกับผิวเครื่อง ทำให้ตัวเครื่องจริงๆแทบไม่ต่างจากโทรศัพท์ ประกอบกับความหนาของเครื่องที่บางกว่า Windows Mobile รุ่นอื่นๆ i-900 ก็เลยดูไม่ใหญ่ผิดหูผิดตาอะไร
แม้ว่าเครื่องที่นำมาทดสอบนี้มีตัวเครื่องสีขาว แต่กรอบด้านหน้าของเครื่องยังคงใช้ขอบโครเมี่ยมมันวับ กับกรอบในที่ยังคงเป็นสีดำ หากมองไปตรงๆจะนึกว่าเป็นตัวเครื่องสีดำครับ
ซีกบนของเครื่องจะเห็นลำโพงซึ่งใช้กับทั้งภาค PDA และภาคโทรศัพท์ ถัดออกมาทางขวาก็เป็นเลนส์ของกล้อง Video phone สำหรับโทรศัพท์ 3G
หากสังเกตให้ดีโดยขยับมุมมองเล็กน้อยจะพบว่าที่ด้านซ้ายของเลนส์กล้องรอง มีช่องกลมๆขนาดเท่าๆกันอยู่ครับ ตรงนี้เป็น Light sensor สำหรับปรับความสว่างของจอโดยอัตโนมัติ
ทางซีกล่างของเครื่องแทบไม่พบปุ่มอะไรเลยครับหากเราคุ้นเคยกับการจัดวางปุ่มแบบ Windows Mobile เพราะ i-900 มีเพียงปุ่มรับสาย, ปุ่มวางสาย ส่วนตรงกลางสีดำๆนั้นกดลงไปจะเป็นปุ่ม Action แต่มีความพิเศษคือผิวของปุ่มเมื่อลูบไปจะใช้เป็นปุ่มบังคับทิศทางด้วย
การตอบสนองของปุ่มอยู่ในขั้นดีครับ เชื่อถือได้ กดเป็นกด ไม่ขาดไม่เกิน ส่วนการตอบสนองของปุ่มบังคับทิศทางก็เป็นธรรมชาติดี
ทางด้านซ้ายของตัวเครื่องไม่มีปุ่มบังคับไดๆ
มีเพียงฝาปิด Port มาตรฐานเฉพาะของ Samsung ซึ่งใช้เป็นทั้ง Port ของ Charger, สายซิงค์, หูฟัง
ใช้กับ Charger และหูฟังมาตรฐานของ Samsung รุ่นอื่นๆได้ทันทีครับ
ที่ขอบขวาของเครื่อง ด้านบนเป็นปุ่มเรียก Main Menu
ด้านล่างเป็นปุ่มเรียก Photo Album
ส่วนระหว่างกลางค่อนลงไปทางด้านล่างมีปุ่มอยู่คู่หนึ่งซึ่งก็คือปุ่มควบคุมความดังของเสียงนั่นเอง
ทางด้านบนครับ มีปุ่มเปิด/ปิดซึ่งเรียบเสมอกับตัวเครื่อง จะกดก็ต้องจิกลงไปสักหน่อย คงตั้งใจออกแบบให้กดยากหน่อย
ใกล้ๆกันเป็นช่อง Reset
ด้านล่างมีไมโครโฟน
พลิกมาด้านหลังก็ตามคาดครับ มีเลนส์กล้องถ่ายรูป เป็นเลนส์ Auto Focus ฉากรับภาพให้ขนาดภาพ 5 MPixel พร้อมไฟช่วยถ่ายในที่มืด
ฝาหลังไม่มีกลไกล็อคอะไรเป็นพิศษครับ เพียงกดแล้วเลื่อนลงมา ซึ่งก็เปิดยากเช่นเดียวกับ Samsung แบบอื่นๆ กดแรงไปเสียวฝาหลังแตกเหมือนกัน
มีช่องใส่ SIM ที่ต้องถอดแบตเตอรีความจุ 1,440 mAH ออกก่อน
ข้างๆช่องใส่ SIM ก็เป็นช่องใส่ microSD ที่ต้องถอดแบตเตอรีออกก่อนเหมือนกัน ไม่สะดวกเมื่อเทียบกับวิธีออกแบบ Memory Card slot ของ Windows Mobile ทั่วๆไปที่อยู่ด้านนอก ใส่ถอดได้ง่าย แต่เข้าใจว่า Samsung คงไม่ได้เน้นว่า microSD ของ i-900 ไม่ต้องถอดบ่อยๆหรือคงแทบไม่ได้ใช้ด้วยซ้ำเพราะมี Storage มาให้แล้วถึง 16 GByte
เครื่องที่ทดสอบมี SIM ของ 1-2-Call และมี microSD ใส่โปรแกรมแผนที่นำทางมาให้ด้วยครับ เรียกว่ายังไม่มีเบอร์โทรศัพท์ใช้เลยก็เริ่มกันจาก i-900 ก็ยังได้
มองกี่ด้านๆก็ไม่เห็นช่องใส่ Stylus นะครับ และ i-900 ก็มี User Interface ที่ลดความจำเป็นของการใช้ Stylus ลงไปได้เกือบหมดด้วย คือเน้นการใช้งานปลายนิ้วแตะและลูบไปบนจอ
แต่ Samsung มี Stylus ให้นะครับ เพียงแต่ว่าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของตัวเครื่องเท่านั้น โดยทำเป็นเหมือนหลอดพู่กันเล็กๆของเครื่องสำอาง ดึงฝาเปิดออกแล้วก็ดึงให้ Stylus ยืดออกมาตามภาพครับ
หูฟังของ i-900 ออกแบบมาเป็น 2 ชิ้นครับ คือชิ้นที่ต่อกับตัวเครื่องด้วย Connector ของ Samsung ซึ่งจะมีปุ่มรับสายและ Volume control มาให้ พร้อมกับมี Clip สำหรับหนีบกับปกเสื้อ
กับอีกชิ้นหนึ่งเป็นหูฟัง 3.5 มม.มาตรฐานเครื่องเสียง ทำให้เราสามารถหาหูฟังทั่วไปที่เราชอบมาใช้งานได้ครับ เป็นจุดที่ Samsung ออกแบบมาได้ดีอีกจุดหนึ่งคือได้ทั้งภาคโทรศัพท์และได้ทั้งภาคเครื่องเสียง
Wall charger เป็นแบบเดียวกับ Samsung รุ่นอื่นๆ ใช้แทนกันได้ แต่จุดนี้ยังไม่เรียกว่าเด่นนกัยกเว้นว่าเราจะใช้โทรศัพท์ของ Samsung ล้วนๆ
เพราะถ้าจะให้ดีจริงๆ Connector น่าจะเป็นมาตรฐานกลางๆเช่น Mini USB ครับ
อ่านต่อพรุ่งนี้ครับ







